-->
ผู้อ่านคือลมหายใจของนักเขียน

วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2555

กลับมา

            “กลับมา”
            แม้ว่าคำนี้อาจจะยังพูดด้วยเสียงหนักแน่นไม่ได้นัก แต่สำหรับกรณีนี้คงไม่มีคนใจแคบไม่ให้พูด
            หลังจากฟอร์มการเล่นฝืดหนืดตั้งแต่ย้ายมาจากลิเวอร์พูล (ซึ่งก็พลอยเล่นอย่างหนืดฝืดไปด้วย) เหตุการณ์ที่เพิ่งจบไปเมื่อคืน (29 เม.ย.55) ก็ประจักษ์แจ้งแก่แฟนบอลว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป เมื่อเขาพังประตูไปถึงสามบาน เอ๊ย! สามประตู คว้าเอกสิทธิ์ครอบครองลูกบอลกลับบ้านไปตามระเบียบ (ตามประเพณีการแข่งขันฟุตบอล คนที่ยิงได้ 3 ประตูขึ้นไปจะได้ลูกฟุตบอลที่ใช้เล่นในเกมนั้นไปครอบครองเป็นทีระลึก)
            “เฟอร์นานโด ตอเรส” เพิ่งตกจากหน้าผาแห่งสุดยอดนักฟุตบอลลงสู่หุบมืดที่มองไม่เห็นพื้น หลังจากที่ครั้งหนึ่งกับลิเวอร์พูล เขาเป็นหัวใจสำคัญของทีม พึ่งพาได้เสมอ อาจดูสอพลอหากจะบอกว่าในช่วงเวลารุ่งโรจน์นั้น ลิเวอร์พูลที่ไม่มีตอเรสก็เหมือนกองทัพที่ขาดอาวุธ แต่เชื่อว่าหลายคนคิดไม่ต่างกัน
            ทั้งความเร็ว แข็งแกร่ง ดุดัน เฉียบคม ทั้งหมดอัดรวมอยู่ในตัวชายหนุ่มผู้นี้ เขาเก่ง เท่ และเข้าไปอยู่ในใจใครหลายคน
            แต่พระเจ้าไม่เคยลิขิตให้ชีวิตใครดีเลิศไปตลอดรอดฝั่ง เมื่อหมดยุคของพระเอก ตัวตลกก็เข้าแทนที่
            ด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง ทั้งอาการบาดเจ็บ ความห่างเหินจากการแข่ง สภาพร่างกายที่ขาดการฟิตซ้อม ทำให้ฟอร์มการเล่นของเขาตกฮวบราวผลสอบของเด็ก ม.ต้นที่เพิ่งติดเกม
            เชื่อว่าช่วงตกต่ำ หรือช่วงเกือบทั้งหมดก่อนเกมนัดตัดเชือกกับบาร์เซโลน่า หลายคนให้กำลังใจเขาและหวังให้ได้ลงสนามเพื่อเรียกฟอร์มเก่งคืน ขณะที่อีกจำนวนไม่น้อยลุ้นให้กองหน้าปืนฝืดไม่ได้ลงเล่น รวมถึงหัวเราะเยาะ เย้ยหยันในทุกความผิดพลาด ทำให้เขากลายเป็นตัวตลกไปทันที
            ยิ่งถูกกดดัน ยิ่งเล่นผิดพลาด พอเล่นพลาด ก็ยิ่งถูกสบประมาท เสียงโห่เย้ยหยันระงม ทั้งค่าตัวแพงระยับ 50 ล้านและความคาดหวังจากผู้ชมทั่วโลกต่างกลายเป็นสิ่งที่ไม่หอมหวานอีกต่อไป
            ว่ากันว่าชีวิตคนอาจเปลี่ยนได้เพียงเพราะวันเดียว หรือช่วงเวลาสั้นๆ เพียงช่วงเดียว หลังจากนัดตัดเชือกกับบาร์เซโลน่าที่คัมป์นู (บ้านบาร์เซโลน่า) ผลอยู่ที่ 2 – 2 ซึ่งเป็นเชลซีที่เข้ารอบด้วยผลบุญจากนัดแรก (ชนะ 1 – 0) เสียงฮือฮาจากแฟนบอลทั่วโลกดังระงมขึ้นจากสองเหตุผล
            หนึ่ง - เต็งแชมป์และยอดทีมอย่างบาร์เซโลน่าตกรอบ
            สอง ตอเรสยิงตีเสมอให้เชลซีเป็น 2 - 2
            แม้จะเป็นประตูเดียวที่ไม่ได้ยิงต่อเนื่องจากนัดก่อนๆ เท่าไรนัก แต่เชื่อว่าความมั่นใจกลับมาเกินครึ่ง ทำให้คาดเดาไปได้ว่าต้นกำเนิดของ 3 ประตูเมื่อคืน มี 1 ประตูจากนัดที่แล้วเป็นแรงส่ง
            ชีวิตมีขึ้นมีลง คราวนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการ “กลับมา” แต่ทั้งหลายทั้งปวง เพียงความมั่นใจอย่างเดียวไม่สามารถเรียกฟอร์มเทพกลับมาได้แน่นอน
            การฝึกซ้อมและความมุ่งมั่นพยายามเป็นสิ่งที่สำคัญไม่น้อยกว่า
            หากตอเรสยังยึดมั่นเพียงประตูที่เขาทำได้กับบาร์เซโลน่า แน่นอนว่าเขาไม่มีทางกลับมาอย่างสมบูรณ์แบบ
            การทำแฮตทริคครั้งนี้ก็ไม่ได้การันตีว่าฟอร์มของเขาจะดีขึ้นอย่างเสถียร
            แต่เชื่อว่ามันจุดประกายให้เขาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง ซึ่งหากรวมกับความพยายามในการฝึกซ้อม และมุ่งมั่นในการทำประตูมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าเขาต้องกลับมา
            ชีวิตของทุกคนเป็นเช่นนี้เสมอ ไม่เพียงนักฟุตบอลเท่านั้นที่มีฟอร์มตก ฟอร์มหลุด หรือผิดฟอร์ม อาชีพอื่นๆ ก็สามารถเล่นผิดฟอร์ม และเข้าสู่จุดตกต่ำของชีวิตได้เช่นกัน
            แต่อย่างไรก็ตาม สัจธรรมบอกไว้แล้ว มีชึ้นต้องมีลง ถ้าถึงคราวลง ก็พยายามไต่ขึ้น ถ้าอยู่จุดสูงสุดแล้ว ก็รักษาระดับ และไม่ต้องกังวลถึงความล้มเหลว
            เพราะขนาดตอเรสที่ผิดฟอร์มยังคืนฟอร์มกลับมาทำแฮตทริคได้
            แกงส้ม คนที่พลาดตำแหน่งดาวในคืนนี้ไป ก็อาจย้อนมาทำแฮตทริคแซงหน้า โดม เดอะสตาร์ เหมือนที่เห็นๆ กันมาทุกปีแล้วก็ได้
            ใครจะรู้?




คาเมะคุง

3 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ30 เมษายน 2555 เวลา 08:43

    บางทีแกงส้มอาจจะอยากทำแฮตทริค แต่แกงส้มอาจจะเล่นบอลไม่เป็นก็ได้
    ''ใครจะรู้'' คนดูคือผู้ตัดสิน



    :D
    อยากให้โอเว่นได้ลงกลับลงเล่น และคืนฟอร์มได้แบบตอเรสบ้างเหมือน
    ... ขอแค่ "โอกาส"


    biblion

    ตอบลบ
  2. โดยภาพรวมแล้วเรื่องนี้อ่านเพลินดีนะครับ ได้แง่คิดดีด้วย
    แต่ตอนท้ายๆ แอบวกวนนิดนึงนะครับ 55555555

    จริงๆ ชอบนะครับ ที่พยายามใส่วงเล็บเพื่ออธิบายคนอ่านว่าทำแฮตทริคแล้วจะได้อะไร
    แต่พอมาลองอ่านดูเข้าจริงๆ แอบรู้สึกว่ามันสะดุดเล็กๆ อยู่เหมือนกัน
    ถ้าลองแทรกเข้าไปในเนื้อเรื่องแบบสั้นๆ ไม่ต้องใส่วงเล็บเลย ผมว่าน่าจะเนียนดีเหมือนกันนะครับ

    ตอบลบ