กลางฤดูฝนที่ฝนไม่ตก ผมได้ยินเสียง “อ๊บ อ๊บ”
ไม่ใช่เสียงสัตว์เลื้อยคลานหรือครึ่งบกครึ่งน้ำตามดงหญ้า
แต่เป็นเสียงเพลง และไม่ใช่เพลงธรรมดา แต่เป็นเพลงเกาหลี
“กัปปะสไตล์”
ขออภัย...
ด้วยเสียงร้องที่ดลใจให้นึกถึงสิ่งมีชีวิตบางอย่าง จึงออกเสียงชื่อเพลงเพี้ยนไปบ้าง
แม้กัปปะจะไม่ได้ร้องอ๊บๆ ก็เถอะ
“กังนัมสไตล์”
ในยุคสมัยเกาหลีนิยม
ครองคุณค่าความสวยงาม น่ารัก เท่หล่อ ไพเราะ อร่อย และอื่นๆ พอได้ยินว่าเพลงเกาหลี
ก็นึกไปถึงอะไรสวยๆ งามๆ เท่ๆ กระทั่งตาอ้วนนี่สลอนหน้ามาในจอ เต้นยึกไปยึกมา
และร้อง “อ๊บๆ”
ต้องยอมรับโดยดีว่าเซอร์ไพรส์เป็นพิเศษเมื่อได้เห็น
อุทานในใจ (“อะไรวะเนี่ย”) – อยู่ในใจเลยต้องใส่วงเล็บ
เพราะภาพที่เห็นนั้นลบความทรงจำเดิมเกี่ยวกับศิลปินเกาหลีจนเกือบหมด
เปรียบดังพี่อ้วนเป็นยางลบขาวกลมที่ถูไถนิชคุณและแจจุงจนบี้แบน เลือนราง
แต่ก็ต้องยอมรับว่าสนุก และฮา อีกทั้งเป็นปรากฏการณ์แบบใหม่ที่ทำให้โลกสะลึมสะลือใบนี้ได้กระปรี้กระเปร่า
เบิกตาโพลงออกมาบ้าง
ก่อนหน้านี้ผมเห็นคอมเม้นท์หนึ่งเกี่ยวกับเพลงนี้ว่า
“ในที่สุดเกาหลีก็มีที่ทางให้คนหน้าตาไม่ดี คือถ้าคุณไม่หล่อ หรือเท่
ก็ทำตัวให้เรื้อนสุดทางไปเลย”
เป็นอีกหนึ่งทัศนะที่น่าสนใจ
นอกเหนือจากประเด็นเหล่านั้น
ท่าเต้นเอกลักษณ์ก็น่าพูดถึงไม่แพ้กัน
ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะท่าเต้นเด่นด้วยตัวของมันเอง
หรือเพราะบทเพลงและการนำเสนอนั้นเด่น จนท่าเต้นถูกทำให้โดดขึ้นมา
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันเป็นคือท่วงท่าที่ร่าเริง และแน่นอน “ฮา”
ผมเคยเชื่อว่าท่าเต้นฮาๆ
นั้นมีหน้าที่สองอย่าง คือทำให้คนเต้นสนุก กับทำให้คนเต้นอยากร้องไห้
(ในกรณีที่โดนบังคับ) เพราะมันจะประหลาด ไม่เท่ และเป็นตัวตลกของผู้ชม
เมื่อท่าเต้นนั้นรวมอยู่กับท่าเก้กังแห่งความไม่มั่นใจ และแน่นอน “ฮา”
ท่าเต้นของกังนัมสไตล์สร้างมาตรฐานบางอย่างขึ้นมา
ผมคิดว่ามันเป็นท่าเต้นที่ฮา และเพี้ยน
ประหนึ่งว่าหากเพลงนี้ไม่ดังแล้วคุณนำไปเต้น
คุณจะได้กลายเป็นตัวตลกโดยไม่ต้องทำจมูกโตสีแดง
อย่างไรก็ตาม เพลงนี้ดัง
และท่าเต้นก็ไปสู่สากล
ลองคิดดูสิว่า ในขณะถูกรับน้องที่มหาวิทยาลัย
รุ่นพี่บังคับให้เต้นอะไรก็ได้ ซึ่งคนขี้อายอย่างคุณนึกอะไรไม่ออกนอกจากท่าเต้นไก่ย่างที่เคยทำให้ปัญญาชนผู้ไม่สันทัดโลกคนหนึ่งฆ่าตัวตายเพราะความอับอายมาแล้ว
แต่บัดนั้น ลุงอ้วนที่ชื่อไซ
ก็เข้ามาในหัว และไซโคคุณให้ทำท่าตามเขา ซึ่งเป็นท่าสุดฮิตในขณะนั้น แน่นอน
ทุกคนหัวเราะและสนุกสนาน แต่ไม่ใช่หัวเราะเยาะ หากชื่นชมในความทันสมัยของคุณ
จากนั้นคุณกลับไปนั่งที่ด้วยความพึงใจ
ในบทละครแห่งชีวิต หากต้องเลือกระหว่างพระเอกหล่อกับตัวตลก
ผมขอพูดอย่างไม่มีมูล (ดีแล้ว หากพูดอย่างมีมูล อาจได้กลิ่นไม่ดี) ว่าส่วนมากเลือกเป็นพระเอก
เท่ หล่อ และฉลาดเฉลียว
แต่บางครั้งโลกนี้ไม่ได้ต้องการเพียงความเท่
อีกเส้นทางหนึ่ง ศิลปินร่างท้วมใจด้าน
ตั้งใจ มุ่งมั่น ใช้ตัวหนาๆ เบียดแทรกเข้ากลางดงคนหล่อ – สวย และทะยานขึ้นเหนือคนเหล่านั้น
ยอดวิวในยูทูปของเพลงนี้
อาจมากกว่าบอยแบนด์ผมยาวหน้าใสหลายๆ วง รวมกันเสียอีก
เคยสังเกตไหม ไม่ว่าจะตลกหรือเท่
หากมาจากความตั้งใจ และมันสมประสงค์ ทุกอย่างดูดี
คงเคยเห็นคนที่ตั้งใจเท่
แต่มันเท่ไม่ได้ สุดท้ายก็ตลก ซึ่งเป็นความตลกที่อัปยศศักดิ์ศรีเจ้าตัวอยู่พอดู
กับคนที่ตั้งใจตลก แต่ไม่ตลก
ก็ดันไม่เท่ เห่ยไปเสียอย่างนั้น
ในเมื่อรู้เช่นนี้ คนที่รู้ตัวว่า
ทิศทางชีวิตของเขา ไม่ได้เกิดมาเพื่อเท่ จึงเลือกเดินไปอีกทาง สุดท้ายมันตลก ฮา
และบางครั้งก็ “เท่”
กรุณาทำใจให้ศรัทธา เพราะต่อจากนี้ผมจะกล่าวถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
โจ๊ก โซคูล ออกซิงเกิลแรกในเพลง “คนเจียมตัว”
ไม่ทราบจุดประสงค์แน่ชัด แต่ผมว่าเพลงเพราะใช้ได้ และในช่วงแรก พวกเขา “โซคูล” ตั้งใจ
“คูล”
แต่ความคูลของเขากลับไม่สมประกอบ
หรืออาจเป็นความตั้งใจของ “บร๊ะเจ้า” อันนี้ผมไม่อาจล่วงรู้นึกคิดของท่านได้
รู้เพียงว่าในช่วงแรกที่บร๊ะเจ้าถูกลบหลู่หนักโดยชาวอินเทอร์เน็ต ว่าเสี่ยวบ้าง
กากบ้าง เป็นบร๊ะเจ้าแบบโบโซ่ ที่มีตัวตนไว้ให้คนหัวเราะเยาะ เขาเดือดดาล
และไม่พอใจชะตากรรม
กระทั่งตรัสรู้ เขาจับจุดตัวเองได้ จึงเขียนคำว่ารักไว้บนเปลือกตา
ใส่แว่นน้ำตาปลอม กินซิมโทรศัพท์มือถือ ขี่ควาย ฯลฯ แน่นอนว่าเขายังตลกเหมือนเดิม
แต่ด้วยความตั้งใจ และซื่อสัตย์กับตัวตน คราวนี้ผมว่าเขา “เท่”
สาวกต่างเรียกเขาว่า “บร๊ะเจ้า”
ที่ไม่ใช่แค่คำเยาะเย้ย
ย้อนกลับมาที่เกาหลีอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ วงบอยแบนด์ชื่อดังนามย่อ “SJ” จุติบนแดนโสมขาว
สมาชิกแต่ละคนหล่อ เท่ และบางครั้ง “สวย”
“ขอโทษ”
ต้องออกตัวก่อนโดนแฟนคลับหนาแน่นรุมประณาม แต่ภายในกลุ่มนั้น ผมเหลือบเห็นความแบ่งแยกบางอย่าง
เขาเต้นได้พลิ้วไหว แต่ปุ๊กลุก
แน่นอน แน่นอน... ผมไม่ได้ว่า
(กลัวโดนปารองเท้าใส่) เขาน่ารัก และเป็นตัวของตัวเอง แต่กล่าวอย่างไม่โกหกหัวใจ
ผมว่าเขาตลก – แบบไม่ได้ตั้งใจ
แต่ด้วยกระแสเชี่ยวกรากแห่งสมัยนิยม
อาจทำให้เขาต้องไหลไป (หรืออาจกลิ้งไป) ตามนั้น ไม่แน่ว่าใจลึกๆ
ของเขาอาจต้องการซิงเกิลเดี่ยวของตัวเอง กังหันสไตล์ หรือกินนมสไตล์... ก็ว่าไป
แต่เมื่อเขาไม่กล้าพอ
โอกาสจึงเป็นของผู้ที่กล้าเริ่มต้นก่อนคนอื่น ภายในร่างอวบนั้น
เขารู้ว่าชีวิตเหมาะกับอะไร เขาตั้งใจ และทำตามเป้าหมายได้ ปรารถนาความฮา เรื้อน
เพี้ยน เขาได้ตามนั้น สิ่งที่สืบเนื่องมาคือความชื่นชอบ ชื่นชม และ “เท่”
ไม่ได้เท่เพราะอ้วน หรือพุงกระเพื่อมตามจังหวะเพลง
แต่เท่ที่เขาซื่อสัตย์ต่อชีวิต
และเป็นตัวของตัวเอง
ศิลปินร่วงท้วม
ชื่อในวงการสั้น ปาร์ก แจ ซัง หรือ ไซ เขาไซโคทุกคนในโลก ไม่ว่าไซปรัส
หรือไซบีเรีย แม้แต่ไซน่าทาวน์ ก็หันมาเต้นตาม
จากกังนัมสไตล์ แพร่กระจายไปสู่สไตล์อื่นๆ
ตามวัฒนธรรม ขนาดพี่ไทยของเรายังอุตส่าห์มี “กำนันสไตล์” สำเนียงสุพรรณ
ออกมาให้ได้ขำได้ฮากันด้วยความตั้งใจจริง
อีกหลายเวอร์ชันในแนวล้อเลียน
ปกติการล้อเลียนจะกระทำต่อสิ่งที่เคร่งขรึม จริงจัง ให้เกิดความเฮฮา ไม่ซีเรียส
แต่กรณีนี้เป็นการนำสิ่งที่ขำขันอยู่แล้ว มาขยายความโปกฮาเพิ่มเข้าไป นับเป็นปรากฏการณ์ที่น่าติดตามยิ่ง
ไม่ได้มีแต่คนอ้วน
หรือคนฮาเท่านั้นที่ล้อเลียนได้ ล่าสุดได้ชมคลิปนางงามแดนโสมในท่วงท่าไก่ย่างเกาหลีของกังนัมสไตล์
งดงาม น่ารัก
เปิดลิ๊งค์ต่อไป เป็นวงหญิงล้วน
รูปร่างงอนงาม เชฟบ๊ะ เสื้อกล้าม และกางเกงขาสั้น
ยังไม่ทันจบคลิป
ผมรู้ว่าสไตล์ไหนถึงจะเหมาะกับคลิปนี้
“กำหนัดสไตล์”
อาห์... เลือดกำดาวสไตล์
คาเมะคุง
10 ก.ย. วันหนึ่งในฤดูฝน ที่ฝนไม่ตก
สาระนะครับเรื่องนี้
ตอบลบแต่จบได้เกรียนปนหื่นมากครับ 555555
ถ้าจะอ่านช้ากว่านี้ ต้องเขียนห่างๆกันหรือเปล่านะ
ตอบลบ=w=
อันสุดท้ายนี่หื่นด้วยความตั้งใจสินะ
ตอบลบ