-->
ผู้อ่านคือลมหายใจของนักเขียน

วันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ความฝันของอั๊ว


            เหนือรองเท้าเบรกเก้อ ที่ทำให้เบรกเลยเสียประจำ เพราะมันเก้อ ขาหมูเยอรมันสัญชาติไทยทั้งสองข้างก้าวอย่างเร็วสุดที่จะเร็วได้ เข็นทุกๆ กิโลของเจ้าของให้อุ้ยอ้ายไปยังบริเวณหัวกะโหลก กะโหลกที่ไม่ใช่กะลา แต่เป็นเขตครึ่งวงกลมหน้ากรอบโทษ โดยมีเสาคานและตาข่ายเบื้องหน้า ไอ้กอล์ฟ สิงห์อีซ้ายผู้มีผิวไม่มืดไปกว่าคืนข้างแรม และไม่สว่างไปกว่าภายในเปลือกตา ปาดบอลเข้ามายังจุดนัดพบที่ได้นัดกันไว้แล้ว แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายต้องวิ่งถึง 80 กิโล (กรัม) ทำให้บอลนั้นกลิ้งเลยไป เมื่อเห็นทีว่าไม่ทัน เจ้าของ 80 กิโลก็พยายามพุ่งตัวสไลด์ ภาพที่ออกมาคือมาสคอตตัวหนึ่งกลิ้งหลุนไปตามพื้นหญ้า พร้อมชื่อท่าน่ากิน “หมูสไลด์”
            “โอ้โฮ! ลูกนี้ล้มลงไปในกรอบเขตโทษ กรรมการว่ายังไงครับ ไม่ฟาว์ลครับ! เบอร์ 86 พุ่งล้ม แหม้หัวหมู เอ้ย! หัวหมอจริงๆ นะครับลูกนี้ จะเอาจุดโทษ แต่ไม่อาจตบตากรรมการได้”
            ทันใด เจ้าของเสียงพากย์เมื่อครู่ก็อมนกหวีด (อมแค่ปลาย ไม่ใช่ทั้งหมด) แล้วเป่า โฆษกสนามแบบทูอินวัน รับควบเป็นกรรมการตัดสินไปด้วยในตัว ด้านข้างสนาม กองเชียร์สถาบันเดียวกับเรา และกองแช่งซึ่งสถาบันเดียวกับเราเช่นกัน เพียงแต่คนละอดีตห้องเรียน ต่างโห่ร้องปลุกอารมณ์ให้ทีมตน
            “อดีตปอหกทับหนึ่งจะต้องคว้าชัยนัดนี้ให้ได้” ไอ้กอล์ฟ – ผู้ฝันว่าจะเป็นนักบอลอาชีพไปเล่นลีกนอกเมืองให้ได้ หลังจบปอหกมันดั้นด้นตามความฝัน และเหมือนจะตามหาเจอ ผ่านไปกว่า 10 ปี กลับมาคืนสู่เหย้าครั้งนี้ มันพกดีกรีนักบอลตำบล และโวอย่างอุตริว่าสักวันจะไปโอวแท๊บเฝิดโดยไม่ใช่เด็กเก็บบอล – พูดอย่างกระเหี้ยน “ไอ้ตี๋ ทำไมลูกนั้นวิ่งช้านัก ฟังนะ เอ็งต้องวิ่งมาให้พอดีกับบอลที่ข้าเปิด ถ้าเอ็งวิ่งช้า บอลก็จะเลยไป แต่ถ้าเอ็งวิ่งเร็วเกิน บอลก็จะยังมาไม่ถึง”
            “เรื่องแค่นั้นอั๊วรู้น่า ก็วิ่งสุดแรงแข็งขันแล้ว ลื้อก็ส่งมาให้พอดีตีนอั๊วสิ ถ้าลื้อส่งมาช้าไป อั๊วก็จะวิ่งเลยไป และเบรกเก้อ ถ้าส่งเร็วไป อั๊วก็จะวิ่งไม่ทัน” ตี๋เล็ก – ที่ไม่เล็กอย่างชื่อ แต่เลื่องลือด้านน้ำหนัก ใครได้รักจักอบอุ่น หมกมุ่นการกีฬา คนบอกว่าหน้าไม่ให้ – พยายามเถียงกลับด้วยเหตุและผล
            “ตอนนี้สกอร์ยังเสมออยู่ศูนย์ศูนย์ อ้ายตี๋ (ความจริงอาจไม่ถูกนัก เพราะอ้ายเป็นภาษาไทยอีสาน แต่ตี๋เป็นภาษาจีน มันควรเป็นเฮียตี๋ แต่จะให้ผสมกันว่า อ้ายเฮียตี๋ ก็กลัวเกิดการผิดเพี้ยน เป็นคำด่าทอ หมางใจกันได้) ถ้าเอ็งยิงประตูชัยได้ น้องนิดหน่อยอาจจะวิ่งมากอดจูบลูบไคล้แสดงความยินดีกับเอ็งก็ได้ว่ะ คิกคิกคิก” ข้าพเจ้าพูดถึงน้องนิดหน่อย อดีตดาวห้องประจำปอหกทับหนึ่ง ผิวขาวหน้าใสตากลม ร่างบอบบางสมชื่อ แม้เวลาเปลี่ยนไป เธอไม่เปลี่ยนแปลงอะไรนอกจากน้ำหนักและสัดส่วนอันเลียบเคียงกับอ้ายตี๋อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง จะฟัดกันก็สูสี จะเหวี่ยงกันก็น่าลุ้น
            ไอ้กอล์ฟหัวร่อมุกตลก ฝ่ายอ้ายตี๋นั้น ดวงตาที่ตี่สนิทของมันพยายามเบิกโพลงให้รู้ว่ากำลังตกใจหรือตื่นเต้นอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วเราทั้งสองผู้ผอมกว่าต้องคลายความขันลง เมื่อประโยคที่แล่นตรงจากหัวใจ ออกสู่ริมฝีปากหนาของมันดังขึ้น “นั่นมันความฝันของอั๊ว...”
            แม้เอาเงินล้านกองตรงหน้า ลูกผู้ชายอย่างสองเราก็ยังไม่อาจดูถูกความรักบริสุทธิ์ของเพื่อนด้วยเสียงก๊าก ต้องกลั้นไว้ เพราะเราต่างก็เคยมีและเข้าใจในความรัก ไอ้กอล์ฟแยกตัวออกไปยืดกล้ามเนื้อ ข้าพเจ้าขอตัวอ้างไปทำธุระอันสำคัญในห้องน้ำ แต่นั่นไม่สำคัญกว่าการทำให้ฝันลมแล้งของเพื่อนผู้ตุ้มตุ้ยได้เป็นจริง
            “เธอจะช่วยเราเพียงเท่านี้ได้หรือไม่” ดวงตากลมใส่ใต้ขนตางอนงามนั้นยังคงเป็นของเธอคนเดิม สัดส่วนและชิ้นส่วนอื่นๆ มันเพิ่มเติมขนาดขึ้นมา
            “ใจคอเธอจะให้ฉันแกล้งทำเป็นชื่นชม แล้ววีดว้ายใส่ไอ้อ้วนกลมนั่นหรือ ฉันทำไม่ได้หรอก ยิ่งต่อหน้าเขา...” เธอพูดราวกับความอ้วนกลมนั่นไม่ใช่ของเธอ พร้อมชายตาตรงไปยังเพื่อนข้าพเจ้า ที่กำลังอยู่ในท่าฉีกแข้งฉีกขา ตายจริง (แต่ยังไม่ตายจริงๆ) นี่รักสามเศร้าหรอกหรือ ดีล่ะ
            “มันเป็นความต้องการของกอล์ฟด้วย เขาใช้หัวใจบุรุษทุ่มเททุกอย่างเพื่อความฝันเล็กๆ ของเพื่อน หากเธอยอมทำให้เต็มที่ เขาสัญญาว่าจะออกเดทกับเธอหนึ่งสัปดาห์”
            “เธอพูดจริงหรือ...” ข้าพเจ้าใช้สายจริงจังอันเจ้าเล่ห์สบกับดวงเนตรประกายใต้ขนตางอนนั้น อย่างไรไอ้กอล์ฟไม่ได้รักเธอ อ้ายตี๋สิคู่ควร ข้าพเจ้ารู้สึกเหมือนเป็นพระเจ้าที่กำลังจะบันดาลให้ฝันของเพื่อนเป็นจริง
            ก่อนครึ่งหลังจะเริ่ม ข้าพเจ้าปรึกษาแผนก่อการรักกับไอ้กอล์ฟ ไม่ว่าฟ้าจะถล่ม ดินจะสลาย น้ำลายจะฟูมปาก ต้องปั้นให้อ้ายตี๋เกิดในวันนี้ให้ได้ อย่างน้อยหนึ่งประตู แล้วเซอร์ไพร้ก็จะมาให้ทุกคนเห็นเอง
            “ครึ่งหลังเริ่มขึ้นแล้วครับ แหม้... เปิดเกมมาหกทับหนึ่งก็รุกแหลกเลยครับ บอลอยู่ที่เจ้ากอล์ฟ ดีกรีนักบอลจังหวัด เลี้ยงลูกไปแล้ว แหม้... เจ้ากอล์ฟนี่เลี้ยงคล่องนะครับ ไปไหนไม่เคยล้ม เพราะสีค้ำ” โฆษกและกรรมการสนามบรรยายอย่างน้ำท่วมทุ่ง ฝ่ายเราโหมกระหน่ำ ไอ้กอล์ฟใช้ความเป็นนักฟุตบอลของมันเอาเปรียบฝ่ายตรงข้ามด้วยการเลี้ยงหลบสบายๆ ส่งใส่พานก็แล้ว ใส่กะละมังก็แล้ว ใส่ถังก็แล้ว แต่การจบสกอร์ของอ้ายตี๋ก็ยังกินผู้รักษาประตูไม่ลง เพราะไม่ใช่ของกิน และต้องเป็นลูกส่งแบบใส่จานเท่านั้น ถึงจะน่ากิน
            “ลูกนี้เจ้ากอล์ฟหลุดมาอีกครั้ง ส่งไปยังพื้นที่ว่าง เบอร์ 86 กางมุ้งรออยู่แล้ว แหม้... ไม่ทราบว่า 86 นี่เป็นเลขของน้ำหนักหรือเปล่า อ๊ะ! ยิงไปแล้วครับ บอลพุ่งกำลังจะเสียบสามเหลี่ยม แต่ผู้รักษาประตูตะครุบบอลไว้ได้... ไม่ใช่ครับ ตะครุบเบรกเก้อไว้ได้ แหม้... ผูกเชือกไม่แน่นก็ต้องเจออย่างนี้ แล้วบอลล่ะครับ อ้าว เข้าไปแล้ว เหลือเชื่อ เหลือเชื่อจริงๆ ครับ ถึงกับถอดเสื้อดีใจเลยครับเบอร์ 86 ที่เด้งๆ นั่นท้องนะครับ ไม่ใช่กระเป๋าเป้... แต่เดี๋ยวครับ โอ้โฮ เป็นเรื่องแล้ว ฮูลิแกนสาววิ่งลงมาป่วนสนามครับ พุ่งเข้าใส่แล้ว แหม้... สูสีจริงๆ ”
            ร่างเนื้อทั้งสองกระเพื่อมไปในทิศเดียวกัน ราวคู่กระต่ายน้อยในฤดูเกี้ยวพาราสีที่กระโดดไล่หยอกเล่นกันท่ามกลางทุ่งแดนดิไลออน เสียงชื่นชมยินดี “ก๊ากๆ” “ฮ่าๆ” “เคี๊ยกๆ” และอื่นๆ ดังก้องจากรอบทิศ ข้าพเจ้าและไอ้กอล์ฟไม่สามารถยืนชื่นชมอย่างคนปกติได้ ต้องกลิ้งเอาเท่านั้น
            “สงสัยอ้ายตี๋มันจะเขินว่ะ หนีใหญ่เลย” พลันนั้นอ้ายตี๋หันหน้าวิ่งตรงมา ใบหน้าปวดร้าวดั่งถูกอสูรล่า
            “อะไรกันวะเนี่ย ช่วยอั๊วด้วยยย” ได้ยินคำไม่เข้าท่าจากปากของมัน ไอ้กอล์ฟจึงตะโกนไป
            “ความฝันเป็นจริงแล้ว หรือยังไม่เร้าใจพอ” ทันทีที่อ้ายตี๋รับรู้ว่าเป็นแผนการอันหวังดีของเราทั้งสอง หน้ามันก็แดงก่ำขึ้น หายใจหอบระริน แต่ก็ยังฝืนตะโกนออกมาอย่างยืดยาว
            “เมื่อวานอั๊วฝันว่ายิงประตูได้ แล้วอีอ้วนนี่ก็วิ่งลงมาในสนามจะปล้ำอั๊ว ความฝันน่ะใช่ แต่ฝันร้ายโว้ย!
            ยังไม่ทันที่เราจะคลายจากความช็อกสะมอเร่ อีกเสียงหนึ่งไล่หลังตามมา พุ่งตรงไปยังไอ้กอล์ฟ
            “อย่าลืมสัญญาใจของเรานะค้าที่ร้ากกก”
          ข้าพเจ้าบอกสหายข้างกายว่า ขอตัวไปทำธุระอันสำคัญในห้องน้ำ


คาเมะคุง

1 ความคิดเห็น: